ประเทศไทยได้ตั้งเป้าหมายในการจัดการแข่งขันกีฬาระดับนานาชาติที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม โดยกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา ร่วมมือกับองค์กรหลายฝ่าย เช่น องค์การบริหารจัดการก๊าซเรือนกระจก และสมาคมกีฬาวอลเลย์บอลแห่งประเทศไทย เพื่อผลักดันแนวคิด "Green Heart Event" หรือกิจกรรมหัวใจสีเขียว การประชุมเชิงปฏิบัติการเกี่ยวกับแนวทางลดผลกระทบทางสิ่งแวดล้อมจากการจัดงานกีฬาได้ถูกจัดขึ้นเมื่อไม่นานมานี้ โดยมีผู้เชี่ยวชาญและผู้นำจากหลากหลายภาคส่วนเข้าร่วมเพื่อแลกเปลี่ยนมุมมองและสร้างมาตรฐานใหม่สำหรับวงการกีฬาไทย
ในบรรยากาศของฤดูฝนที่กำลังเปลี่ยนไปสู่ฤดูหนาว ประเทศไทยได้แสดงเจตนารมณ์อย่างชัดเจนในการเดินหน้าสู่การเป็นประเทศที่ใส่ใจเรื่องสิ่งแวดล้อมผ่านโครงการ "Green Heart Event" ภายในงานสัมมนาที่จัดขึ้นในกรุงเทพฯ น.ส.วนิดา พันธ์สอาด ในฐานะรองปลัดกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา ได้กล่าวถึงความสำคัญของการจัดการแข่งขันกีฬาที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม โดยเน้นย้ำถึง 4 องค์ประกอบหลัก ได้แก่ การท่องเที่ยวเชิงกีฬา สิ่งแวดล้อม การมีส่วนร่วมของชุมชนท้องถิ่น และการลดผลกระทบทางวัฒนธรรม นอกจากนี้ นายสมพร ใช้บางยาง จากสมาคมกีฬาวอลเลย์บอลแห่งประเทศไทย ก็ได้ประกาศความตั้งใจที่จะทำให้การแข่งขันวอลเลย์บอลหญิงชิงแชมป์โลกในปี 2025 ซึ่งจะจัดขึ้นใน 4 จังหวัดใหญ่ เช่น นครราชสีมา, เชียงใหม่, ภูเก็ต และกรุงเทพฯ เป็นรายการนำร่องของแนวคิดนี้
การสัมมนาดังกล่าวได้มอบโอกาสให้ผู้เข้าร่วมกว่า 120 คน รวมถึงผู้แทนจากสมาคมกีฬาและนักกีฬา ได้เรียนรู้เกี่ยวกับแนวทางการคำนวณและการลดคาร์บอนฟุตพริ้นต์ในงานกีฬา ตลอดจนศึกษากรณีศึกษาจากงานระดับนานาชาติที่ประสบความสำเร็จ
จากนั้น ดร.ณัฐริกา วายุภาพ จากองค์การบริหารจัดการก๊าซเรือนกระจก และ รศ.ดร.วรรณชลี โนริยา จากสมาคมการจัดการกีฬาแห่งประเทศไทย ได้แนะนำเกณฑ์มาตรฐาน Green Heart Event (GHE) พร้อมเครื่องมือวิเคราะห์ที่สามารถประเมินผลกระทบทางสิ่งแวดล้อมจากการจัดงานได้อย่างแม่นยำ
ในฐานะสื่อมวลชน เราพบว่าการดำเนินโครงการ "Green Heart Event" สะท้อนถึงความพยายามของประเทศไทยในการปรับตัวให้สอดคล้องกับกระแสโลกาภิวัตน์ที่เน้นเรื่องความยั่งยืน การสนับสนุนแนวคิดนี้ไม่เพียงแต่ช่วยลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม แต่ยังช่วยเสริมสร้างภาพลักษณ์ที่ดีให้กับประเทศไทยในฐานะประเทศที่ให้ความสำคัญต่อการปกป้องทรัพยากรธรรมชาติ นอกจากนี้ การมีส่วนร่วมของนักกีฬาและเยาวชนในโครงการนี้ยังเป็นโอกาสที่ดีในการเผยแพร่ความรู้และสร้างจิตสำนึกที่สำคัญให้กับประชาชนทั่วไป